(เอเจนซี่เรียนต่อจีน LIFP): ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีความเจริญในทุกๆด้าน , มีทั้งหมด 34 เขต รวมกว่า 660 เมือง , มีถึง 6 เมืองที่มีบ้านส่วนบุคคลถึง 10 ล้านแห่ง,  มหาวิทยาลัยในแต่ละเมือง , การเรียนการสอนรวมไปถึงคุณภาพก็จะแตกต่างกันไป ,ค่าครองชีพก็ต่างกันเช่นกัน. 


ถ้าตอนนี้คุณมีแผนที่จะไปเรียนต่อที่จีน , อาจจะมีความลำบากใจว่า เราควรจะไปเรียนจีนที่เมืองไหนดี? ไม่ว่าจะเป็นคนที่ชอบเรื่องประวัติศาสตร์ ,คนที่ชอบกิจกรรมธรรมชาตินอกห้องเรียน ,คนที่ชอบเรียนภาษา ,ชอบกินอาหารอร่อยๆ. ที่ประเทศจีนนั้นมีเมืองที่เหมาะสมกับความชอบของคุณอย่างแน่นอน , เดี๋ยวเรามาดูกันว่า เมืองที่เหมาะกับการไปเรียนต่อนั้นมีเมืองอะไรกันบ้าง.

1、 ปักกิ่ง 北京

ปักกิ่งเป็นเมืองหลวงและเมืองศุนย์กลางการเมืองและวัฒนธรรมของประเทศจีน, ถ้าคุณเรียนภาษาจีนอยู่หรือว่าสนใจที่จะเยี่ยมชมประวัติศาสตร์ของประเทศจีนนั้น. ปักกิ่งก็จะเหมาะสมกับคุณมาก ,ปักกิ่งเมืองนี้จะยังเห็นวัฒนธรรมสมัยก่อนกับสมัยใหม่รวมกันอยู่อย่างเห็นได้ชัด. เมืองนี้มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 3,000 ปีด้วยกัน มีพื้นที่ถึง 6,500 ตารางไมล์ (ใหญ่กว่าเมืองนิวยอร์คถึง 20 เท่าด้วยกัน). สถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อไม่ว่าจะเป็น จตุรัสเทียนอานเหมิน,หอสักการะฟ้าเทียนถาน. นั้นอยู่ใกล้กับทางมหาวิทยาลัยเป็นส่วนใหญ่. เราสามารถไปเยี่ยมชมพระราชวังต้องห้ามหลังเลิกเรียนและกลับโรงเรียนได้ทันในช่วงเย็น.


ปักกิ่งนั้นมีมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีนอยู่มากมาย , นักเรียนสามารถขอทุนเรียนได้. เรื่องค่าครองชีพที่ปักกิ่งนั้นถือว่าค่อนข้างแพงในประเทศจีนแต่ก็ยังนับว่าถูกกว่าหลายเมืองในทวีปยุโรป.


2、 เซี่ยงไฮ้ 上海

เซี่ยงไฮ้เป็นเมืองที่มีประชากรมากถึง 24 ล้านคน ,นับว่าเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีนและยังเป็นเมืองที่ค่าครองชีพแพงที่สุดอีกด้วย ,สำหรับคนที่ชอบใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่,เซี่ยงไฮ้จะตอบโจทย์คุณอย่างแน่นอน เพราะว่าเมืองนี้เป็นหนึ่งในเมืองที่มีประชากรเยอะที่สุดของโลกเลยทีเดียว,ส่วนสำหรับคนที่อยากเข้าใจการใช้ชีวิตของชาวจีน เมืองนี้อาจจะไม่ค่อยเหมาะกับคุณเท่าไร.


นอกจากนี้ ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ยังมีมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศจีนอยู่มากมายเช่น Shanghai International Studies University , Shanghai Custom College , University of Shanhai for Science and Technology , Shanghai University. สิ่งอำนวยความสะดวกและการคมนาคมของเมืองอยู่ในขั้นเจริญมาก ถ้าใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองนี้จะค่อนข้างสะดวกเลยทีเดียว,  ข้อเสียอย่างเดียวก็จะอยู่ที่ค่าครองชีพอาจจะค่อนข้างสูง.



3、 ซีอาน 西安
ซีอานเป็นเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญค่อนข้างเยอะ ไม่ใช่มีแค่สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ เมืองซีอานตั้งอยู่ที่มณฑลซ่านซี ,เป็นหนึ่งในเมืองของเส้นทางสายไหมในสมัยก่อน,ดังนั้นจะสามารถสังเกตได้ว่าเมืองนี่จะเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมของหลายๆยุครวมกันอยู่, อย่างเช่นโซนของคนมุสลิม ก็เหมาะแก่การเดินเที่ยวเช่นกัน. ที่เมืองนี้ยังเคยเป็นเมืองหลวงเก่าของราชวงศ์ต่างๆ ,สถาปัตยกรรมต่างๆของเมืองนี้ล้วนมีประวัติศาสตร์อยู่ทั้งหมดรวมไปถึงอาหารดั้งเดิมต่างๆของประเทศจีนอีกด้วย. ซีอานเป็นที่เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบศึกษาประวัติศาสตร์ของประเทศจีนและยังนับว่าเป็นใหญ่ที่ประเทศจีนด้วย. เมืองนี้อาาจจะไม่ใหญ่เหมือนทางปักกิ่ง แต่ว่าเรื่องประวัติศาสตร์ของจีนนั้นไม่เป็นรองเมืองไหนอย่างแน่นอน. 



4、ชิงเต่า 青岛


ชิงเต่าเป็นเมืองที่สวยและสะอาดมากๆเมืองหนึ่งในประเทศจีน, ชิงเต่าเป็นเมืองศูนย์กลางธุรกิจในมณฑลซานตงและยังเมืองเมืองพักร้อนที่สำคัญของประเทศจีนอีกด้วยจนได้ชื่อว่าเป็น “สวิสเซอแลนด์แห่งเอเชีย”, นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในเมืองที่สมบูรณ์ที่สุดของประเทศจีนอีกด้วย. ชิงเต่ายังได้ชื่ออีกว่าเป็นเมืองแห่งเบียร์และเมืองแห่งเรือใบของโลกอีกด้วย เคยได้คัดเลือกเป็นหนึ่งในเมืองที่จัดกีฬาโอลิมปิกปี 2008 และพาราลิมปิกครั้งที่ 13 อีกด้วย รวมไปถึงเมืองแห่งภาพยนตร์. ที่ชิงเต่าทุกปีจะมีการจัดงานเบียร์นานาชาติ, งานเรือใบนานาชาติ, การแข่งขันเปียโนและไวโอลิน เป็นต้น. ที่ชิงเต่ามีมหาวิทยาลัยชื่อดังเช่น Ocean University of China , China University of Petroleum , Qingdao University.การเรียนการสอนที่นี่นับว่าอยู่ในระดับสูงเลยทีเดียว.






5、กวางโจว 广州


กวางโจวเป็นเมืองที่มีความเจริญอย่างมากในด้านเศรษฐกิจของประเทศจีน ,ประชากรหนาแน่นเป็นอันดับสามของประเทศจีน  และยังเป็นเมืองศุนย์กลางการค้าของประเทศจีนอีกด้วย. กวางโจวยังนับว่าเป็นในเมืองขององค์กร GaWC (Globalization and World Cities) ทุกปีจะมีการจัดงานค้าที่นับว่าเป็นงานที่ใหญ่ที่สุดของโลกแห่งหนึ่ง ,โดยมีธุรกิจมากกว่า 500 ประเภท และบริษัทกว่า 8700 แห่งมาเข้าร่วม. ที่กวางโจวนั้นมีสถานศึกษามากกว่า 82 แห่ง , มีนักเรียนมากกว่า 1ล้านคน นับว่าเป็นที่หนึ่งของประเทศจีน ดังนั้นจึงเป็นอีกหนึ่งเมืองที่เหมาะสำหรับการเรียนที่ประเทศจีน.


6、เฉิงตู 成都


เวลาที่เราพูดถึงเมืองเฉิงตูนั้นหลายๆคนก็จะคิดถึงหมีแพนด้าเป็นส่วนใหญ่, ซึ่งที่เมืองนี้จริงๆแล้วก็มีหมีแพนด้าค่อนข้างเยอะโดยประมาณ 80% ของหมีแพนด้าทั่วโลกจะอยู่ที่เฉิงตู. นอกจากนี้มรฑลเสฉวนยังขึ้นชื่อในเรื่องอาหารที่มีรสชาติเผ็ดอีกด้วย. เฉิงตูมีอาหารอร่อยค่อนข้างเยอะ ที่ขึ้นชื่อก็จะมีเต้าหู้ทรงเครื่องเสฉวนและหม้อไฟ. ที่เฉิงตูจะมีร้านชาค่อนข้างเยอะ สามารถพูดได้ว่าเยอะกว่าทางเมืองใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้อีก. เฉิงตูยังเป็นเมืองที่เหมาะต่อการพักผ่อนอีกด้วย ,มีภูเขาที่อยู่ไม่ไกล, ส่วนใหญ่จะมีนักท่องเที่ยวเลือกเฉิงตูเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับคนที่จะพิชิตเทือกเขาเอเวอร์เรสต์. เฉิงตูเป็นเมืองที่เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบธรรมชาติและอยากใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่ และภาษาท้องถิ่นของที่นี่หังแล้วยังน่าสนใจอีกด้วย.


7、กุ้ยหลิน 桂林


กุ้ยหลินเป็นเมืองที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบกิจกรรมแนวธรรมชาติ เมืองหยางชัวใกล้ๆเมืองกุ้ยหลิน มีกิจกรรมให้ทำมากมาย ตั้งแต่ ปีนเขา เดินเขา พายเรือ ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือแม้กระทั่งสำรวจถ้ำ. ทางตอนใต้ของประเทศจีนจะมีแม่น้ำ หลีเจียง ไหลผ่านตลอด ,ซึ่งเป็นหนึ่งในแม่น้ำที่สวยมากๆแห่งหนึ่งของประเทศจีน. วิวของที่กุ้ยหลินจะสวยเหมือนภาพวาดเลย รวมไปถึงอากาศที่สะอาดมากอีกด้วย จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลของนักเรียนที่เลือกมาเรียนที่เมืองนี้. สำหรับเมืองกุ้ยหลินก็จะเหมือนเมืองทั่วไปที่ใช้ภาษาจีนกลางสื่อสาร ,อาหารขึ้นชื่อของที่นี่ก็คือเส้นหมี่ ที่สามารถหาซื้อได้ทั่วเมือง โดยที่ราคาจะไม่เกิน 10 หยวน. การใช้ชีวิตที่จะค่อนเหมือนการมาพักผ่อน, ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เมืองใหญ่ของประเทศจีน. แต่รับรองว่าไม่มีทางเบื่อวิวของเมืองนี้แน่นอน ,ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายก็ถือว่าไม่แพงเลยถ้าเทียบกับเมืองใหญ่ของประเทศจีน.



8、 หางโจว 杭州


เมืองหางโจวหรืออีกชื่อนึงที่ผู้คนเรียกว่า ”สวรรค์บนดิน”เป็นเมืองที่มีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วและยังคงเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมประเพณีของจีนอยู่เพราะเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ถ้าหากคุณอยากสัมผัสกับวัฒนธรรมจีนเมืองหางโจวจะเป็นตัวเลือกที่สำคัญที่สุด  ที่เมืองนี้มีสถานที่ที่มีชื่อเสียงมาก 2 ที่ด้วยกันนั่นคือ ทะเลสาบซีหูและคลองใหญ่(ต้ายวิ๋นเหอ) ซึ่งทั้งสองที่นี้ได้ถูกระบุไว้ว่าเป็นมรดกของโลก คลองใหญ่ไหลทอดจากเมืองปักกิ่งยาวมาถึงเมืองหางโจวและได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคลองที่ยาวที่สุดในโลก ที่เมืองนี้มีมหาวิทยาลัยมากกว่า 20 แห่ง ไปที่ไหนก็สามารถพบเจอกับนักศึกษาได้ทุกท



  

9、 ฮ่องกง 香港


ฮ่องกงเป็นเขตปกครองพิเศษของประเทศจีน ดังนั้นวัฒนธรรมของที่นี่จึงจะแตกต่างออกไปจากที่อื่นๆ ภาษาที่โดดเด่นของฮ่องกงไม่ใช่ภาษาจีนกลางแต่เป็นภาษากวางตุ้งและภาษาอังกฤษ มีสกุลเงินเป็นของตนเองนั่นคือ ดอลล่าร์ฮ่องกงและเป็นเมืองที่มีค่าเงินแพงที่สุดในประเทศจีน ถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่สามารถพูดอังกฤษได้อย่างเดียวไม่สามารถสื่อสารภาษาจีนหรือภาษากวางตุ้งได้ ฮ่องกงจะตอบโจทย์มากสำหรับคุณ ฮ่องกงดูเหมือนเป็นเมืองใหญ่ที่น่ากลัว แต่ว่าที่นี่ค่อนข้างจะแตกต่างจากเมืองใหญ่อื่นๆ มีความหลากหลายมากกว่า วัฒนธรรมเดิมของท้องถิ่นฮ่องกงมาจากการปกครองเมืองของประเทศอังกฤษ และการปกครองจากอังกฤษนี้ได้สิ้นสุดลงในปลายปี ค.ศ. 1990 ถ้าหากคุณนั่งรถไฟใต้ดินในฮ่องกงคุณจะต้องระวังเสียงประกาศชื่อสถานีรอรถที่เป็นภาษาอังกฤษของสถานีกรมทหารเรือ(Admiralty Station) และ สถานีเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด (Prince Edward Station) ไว้ให้ดี ที่นี่จะมีนักเรียนต่างชาติจากหลายประเทศทั่วโลกและมีวัฒนธรรมที่หลากหลายมารวมกัน. 


อ่านบทความนี้จบ ,คุณน่าจะรู้แล้วว่าควรไปเรียนต่อที่เมืองไหน ,ถ้าคุณอยากจะทำความเข้าใจเรื่องเมืองและมหาวิทยาลัยของจีนให้ลึกซึ้งมากขึ้น และยื่นทุนได้อย่างรวดเร็ว, สามารถแอดไลน์ :lifpthailand หรือติดต่อที่เบอร์ 097-101-9296 เพื่อสอบถามเพิ่มเติมได้เลย พวกเราสามารถให้ข้อมูลคุณได้เกี่ยวกับเรื่องทุนการศึกษาของประเทศจีน ,เพื่อให้คุณประสบความสำเร็จในการไปเรียนที่ประเทศจีน.


เปิดรับสมัครทุนจีน 2563
>>> รับสมัครตรง เหลือโควต้า 50 ที่นั่งเท่านั้น <<<
- ป.ตรี อายุไม่เกิน25 / ป.โท อายุไม่เกิน35
- ไม่มีพื้นฐานภาษาจีนก็สมัครได้
- ทุนค่าเล่าเรียนฟรี 100%
- โปรโมชั่นค่าโครงการและค่าบริการดูแลนักเรียนตลอดหลักสูตรเพียง 109,000 บาทเท่านั้น


ติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่

https://www.facebook.com/LIFPthai/

TEL: 097-101-9296
อาคารจามจุรีสแควร์ ชั้น3 (MRT สามย่าน)
LINE: lifpthailand




เรียนต่อจีน-เรียนต่อต่างประเทศ-ไป เรียน ต่อ ต่าง ประเทศ-เรียน ต่อ โท ต่าง ประเทศ-เรียน ต่อ ต่าง ประเทศ-เรียนต่อจีน-เรียนต่อต่างประเทศ