เรียนต่อจีน

เรียนต่อจีน-ทุนเรียนต่อจีน 2569

เรียนต่อประเทศจีน - LIFP Thailand

Scholarship99 เป็นเว็บไซต์ของทางโครงการ LIFP ทางเราร่วมมือกับมหาวิทยาลัยของจีนในการรับสมัครนักศึกษา  รวมถึงให้ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการศึกษาในประเทศจีน  ทุนการศึกษามากมายสำหรับการศึกษาต่อในประเทศจีนและช่วยนักเรียนจัดการกับปัญหาต่างๆ ระหว่างการศึกษาในประเทศจีน รวมไปถึงการหางานที่ดีในอนาคต

** อาจารย์ชาวจีนที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปีจะให้บริการคุณเช่น เพื่อน

สอบถามข้อมูลทุนเพิ่มเติมได้ที่ 097-101-9296091-793-3986 
  

คลิ๊กเพื่อสมัคร

เรียนต่อจีน คณะอะไรดี

ทำไมต้องไปเรียนต่อที่จีน?

  • คนพูดภาษาจีนมากที่สุดในโลก
  • ไปเจอประสบการณ์ใหม่ๆ จีนก้าวหน้าเติบโตมากขึ้นจนจะครองโลกแล้ว
  • เรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมจีน แบบดั้งเดิมและแบบสมัยใหม่
  • มีตลาดทำงานรองรับแน่นอน เพราะเศรษฐกิจใหญ่มาก
  • มีทุนการศึกษาสนับสนุน

 >>ทำไมถึงต้องเรียนต่อจีน 


ทุนรัฐบาลจีน CSC  2024

LIFP-Scholarship 2026

  • ทุน S: ฟรีค่าเทอม+ฟรีค่าที่พัก+ค่าครองชีพ(ปริญญา ตรี 2500 หยวนต่อเดือน, ปริญญาโท 3000 หยวนต่อเดือน,ปริญญาเอก 3500 หยวนต่อเดือน)+ฟรีค่าประกัน
  • ทุน A: ฟรีค่าเทอม+ฟรีค่าที่พัก+ค่าครองชีพ(2,000-20000 หยวนต่อปี)
  • ทุน B: ฟรีค่าเทอม+ฟรีค่าที่พัก
  • ทุน C: ฟรีค่าเทอม(20%-100%)
เมือง: 

Beijing Guangzhou  Shanghai
Shenzhen Xi 'an Chengdu
Chongqing  Hefei Taiyuan
Huangshan Xiamen Wuyishan
Hangzhou Nanjing Tianjin
Wuhan  Changsha Qingdao
Kunming Harbin Jinan
Guilin Nanchang Hongkong
Lu'an  

สอบถามข้อมูลทุนเพิ่มเติมได้ที่ 097-101-9296091-793-3986 
  

คลิ๊กเพื่อสมัคร

สำหรับคนที่อยากไปศึกษาต่อที่ประเทศจีนนั้น, ล้วนแต่อยากทราบว่าต้องใช้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเท่าไร,แต่เมื่อลองค้นหาดูอาจจะเจอราคาที่ไม่เท่ากัน,ซึ่งจะทำให้เกิดการสับสนได้。

ที่ประเทศจีนเพราะว่าความแตกต่างในแต่ละเมือง,มหาวิทยาลัย,คณะ,ค่าเรียน และค่าครองชีพต่างกันมาก ทางเราเลยจะมาอธิบายให้ทุกท่านเข้าใจเรื่องค่าใช้จ่ายคร่าวๆของแต่ละประเภท ตามตารางต่อไปนี้    >> เรียนต่อจีน ค่าใช้จ่าย

ศึกษาต่อประเทศจีน 

คณะ

ประเภทของการเรียน

ค่าใช้จ่ายรายปี

คณะศิลปศาสตร์

   ปริญญาตรี ,วิชาชีพ, เรียนภาษา

  14000-26000 หยวน
  
ประมาณ64400-120000 บาท )

  ปริญญาโท ,เรียนภาษาระดับสูง

  18000-30000 หยวน
  
ประมาณ83000-140000 บาท )

  ปริญญาเอก

  22000-34000 หยวน
  
ประมาณ102000-157000 บาท )

  ระยะสั้น ( 1 เดือน )

  3000-4800 หยวน
  
ประมาณ14000-22000 บาท )

คณะวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และ เกษตรศาสตร์

  ปริญญาตรี ,วิชาชีพ, เรียนภาษา

  15400-33800 หยวน
  (
ประมาณ71000-155000บาท )

  ปริญญาโท ,เรียนภาษาระดับสูง

  19800-39000 หยวน
  ประมาณ91000-180000บาท )

  ปริญญาเอก

  24200-44200 หยวน
  
ประมาณ111300-204000บาท )

  ระยะสั้น ( 1 เดือน )

  3300-6240 หยวน
  ประมาณ15000-28000บาท )

 คณะแพทย์ศาสตร์, พลศึกษา ,ศิลปะ

   ปริญญาตรี ,วิชาชีพ, เรียนภาษา

  21000-52000 หยวน
  
ประมาณ97000-240000บาท )

  ปริญญาโท ,เรียนภาษาระดับสูง

  27000-60000 หยวน
  
ประมาณ125000-276000 บาท )

  ปริญญาเอก

  33000-68000 หยวน
  
ประมาณ152000-320000บาท )

  ระยะสั้น( 1 เดือน )

  4500-9600 หยวน
  
ประมาณ20000-45000บาท )

ค่าลงทะเบียน

  400-800 หยวน ( ประมาณ1800-3700บาท )

ค่าหอพัก

  ราคาหนึ่งเตียงต่อวัน 12-32 หยวน  (ประมาณ55-150บาท) (สองคนต่อหนึ่งห้อง มีห้องน้ำส่วนตัว)

ค่าหนังสือ

  คณะศิลปศาสตร์ 240-400 หยวน (ประมาณ1100-1800บาท)คณะที่เหลือจะราคาสูงกว่า

ค่าอาหาร

  ค่าอาหารต่อคนต่อเดือนจะอยู่ที่ 300-500 หยวนต่อเดือน (ประมาณ1400-2300บาท)


สอบถามข้อมูลทุนเพิ่มเติมได้ที่ 097-101-9296091-793-3986 
  

คลิ๊กเพื่อสมัคร

เรียนต่อจีน คณะอะไรดี

ทุนเรียนต่อจีน ขั้นตอนการสมัคร

1. เลือกมหาวิทยาลัยและคณะที่ต้องการยื่น
2.ติดต่ออาจารย์ที่มหาวิทยาลัยสำหรับใบรับรองการยื่นทุน(ปริญญาโท / ปริญญาเอก)
3. เตรียมเอกสารสำหรับการยื่นทุน
4.ยื่นเอกสารทั้งหมดให้กับทางมหาวิทยาลัย พร้อมชำระค่าสมัครของแต่ละมหาวิทยาลัย
5. สอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์ (สอบข้อเขียนสำหรับบางมหาวิทยาลัยเท่านั้นและบางมหาวิทยาลัยอาจจะมีการสัมภาษณ์ 2 รอบ)
6. สอบสัมภาษณ์ผ่านและได้รับทุนจากทางมหาวิทยาลัย 
7. รอทางมหาวิทยาลัยคอนเฟิร์มทุนที่ได้ผ่านทางอีเมล
8. ได้รับใบ Admission Letter และ ใบ JW 202 
9.เตรียมตัวทำวีซ่าสำหรับการไปเรียนที่ประเทศจีน

ทุนเรียนต่อจีน  เงื่อนไขการสมัคร

1. อายุตั้งแต่ 17 – 35 ปี เป็นผู้มีสุขภาพแข็งแรง
2. สัญชาติไทย
3. กำลังศึกษา/สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือกำลังศึกษาระดับปริญญาตรี (ทุนเรียนต่อปริญญาตรี), กำลังศึกษา/สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า (ทุนเรียนต่อจีนปริญญาโท)
4. รับเกรดเฉลี่ย 2.5 ขึ้นไป
5.ปริญญาตรี:มีคะแนน HSK4 หรือ 5,GPA ตามเกณฑืของมหาวิทยาลัย。ถ้ายื่นผ่าน LIFP คนที่ไม่มีคะแนน HSK สามารถยื่นทุน 1+4 ได้
6.ปริญญาโท:HSK5 ขึ้นไป,GPA ไม่ต่ำกว่า 2.8

ทุนเรียนต่อจีน เอกสารประกอบการสมัคร

เอกสารทื่ต้องใช้ในการยื่นทุนปริญญาตรี

1. พาสสปอร์ต:อายุ 2 ปีขึ้นไป。
2. ใบคะแนน transcript
3. ใบจบการศึกษาจากทางโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย
4.  ใบประวัติอาญชากรรม
5. ใบตรวจร่างกาย
6. ใบสมัคร
7. รูปถ่ายเปนไฟล์
8. Study plan 500 คำขึ้นไป (ภาษาอังกฤษหรือภาษาจีน)
9. ใบคะแนน HSK


เอกสารทื่ต้องใช้ในการยื่นทุนปริญญาโท

1. ใบจบจากมหาวิทยาลัย
2. ใบสมัคร
3.  พาสสปอร์ต
4.  รูปถ่ายเปนไฟล์
5.  ใบประวัติอาญชากรรม (สามารถขอทีหลังได้)
6.  ใบตรวจสุขภาพ
7.  Transcript
8.  Resume (ถ้ามี)
9.  จดหมายแนะนำสองฉบับ (ภาษาอังกฤษหรือจีน)
10.  Study plan 500 คำขึ้นไป (ภาษาอังกฤษหรือภาษาจีน)
11.  ใบคะแนน HSK
12.  Bank Statement เงินในบัญชีไม่ต่ำกว่า 150,000 บาท (สามารถใช้ของทางผู้ปกครองได้)
13.จดหมายรับรองการยื่นทุนจากทางมหาวิทยาลัย
**เอกสารทุกตัวเป็นภาษาอังกฤษ**


การสอบข้อเขียนและสัมภาษณ์:
-- หลังจากได้รับใบสมัครจากนักศึกษา วิทยาลัย และมหาวิทยาลัยโดยทั่วไปจะต้องมีการสอบข้อเขียนและการสัมภาษณ์สำหรับผู้สมัคร วัตถุประสงค์หลักคือเพื่อตรวจสอบความสามารถทางภาษาของนักเรียน คุณภาพที่ครอบคลุม ความเป็นมืออาชีพ และอื่นๆ
-- นักเรียนไทยมักมีความเครียดในเรื่องนี้มากกว่า และควรหาครูมืออาชีพเพื่อให้คำปรึกษาพิเศษ เตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องสำหรับคำถามสัมภาษณ์.

สอบถามข้อมูลทุนเพิ่มเติมได้ที่ 097-101-9296091-793-3986 
  

คลิ๊กเพื่อสมัคร

สอบถามข้อมูลทุนเพิ่มเติมได้ที่ 097-101-9296091-793-3986 
  

คลิ๊กเพื่อสมัคร

เรียนต่อจีน

  • 
                                        เรียนต่อจีน-เรียนต่อป.ตรีที่จีนมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่

    ข้อจำกัดในการเรียนต่อจีน ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจสมัคร การเรียนต่อจีน เป็นตัวเลือกที่นักเรียนไทยให้ความสนใจมากขึ้น ทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และหลักสูตรเรียนภาษาจีนระยะสั้น เพราะจีนมีค่าใช้จ่ายที่สามารถเข้าถึงได้ มีมหาวิทยาลัยคุณภาพหลากหลายแห่ง และมีทุนเรียนต่อจีนให้เลือกจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะตัดสินใจสมัครเรียนต่อประเทศจีน เราก็ควรทำความเข้าใจ เกี่ยวกับข้อจำกัดในการเรียนต่อจีน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของงบประมาณ เกรดเฉลี่ย คะแนน วัดระดับภาษา และเงื่อนไขอื่น ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต 1. ข้อจำกัดด้านงบประมาณ ค่าเทอมมหาวิทยาลัยจีน (กรณีไม่ได้ทุน) หากไม่ได้รับ ทุนเรียนต่อจีน ค่าเล่าเรียนจะขึ้นอยู่กับหลักสูตรและมหาวิทยาลัยที่เลือก เช่น - หลักสูตรปรับพื้นฐานภาษาจีน (1 ปี): ประมาณ 60,000 – 100,000 บาท/ปี - ปริญญาตรี (ภาคจีน): ประมาณ 80,000 – 150,000 บาท/ปี - ปริญญาตรี (ภาคอินเตอร์): ประมาณ 120,000 – 250,000 บาท/ปี - สายแพทย์ (MBBS): ประมาณ 150,000 – 350,000 บาท/ปี *ยิ่งมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงมาก ค่าเทอมก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย* ค่าครองชีพ (เมืองใหญ่ vs เมืองรอง) เมืองใหญ่: เช่น ปัก

  • 
                                        เรียนต่อจีน-เรียนต่อปริญญาตรีที่จีนดีไหม

    เรียนต่อปริญญาตรีที่จีนดีไหม? ข้อดี–ข้อเสียที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ การเรียนต่อปริญญาตรีที่จีน กลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมของนักเรียนไทยในช่วงไม่กี่ปี ที่ผ่านมา ด้วยคุณภาพการศึกษาที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว ค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงเกินไป และโอกาสทาง อาชีพที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจเรียนต่อจีน ควรทำความเข้าใจทั้ง ข้อดีและข้อเสีย เพื่อประเมินว่าประเทศจีนเหมาะกับเป้าหมายการเรียน และอนาคตของตนเอง หรือไม่ ข้อดีของการเรียนต่อปริญญาตรีจีน - ค่าใช้จ่ายในการศึกษาและค่าครองชีพที่เอื้อมถึง เมื่อเทียบกับการเรียนต่อในประเทศตะวันตก ค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อจีนถือว่าอยู่ในระดับ ที่จับต้องได้ ทั้งค่าเทอม ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะถ้าเลือกเรียน ในเมืองรอง จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก - มีทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาต่างชาติหลากหลายรูปแบบ ประเทศจีนมีทุนการศึกษาหลากหลาย เช่น ทุนรัฐบาลจีน (CSC), ทุนขงจื่อ (CIS), ทุนจากมหาวิทยาลัย และทุนแบบเรียนปรับภาษา 1 ปี + ปริญญาตรี 4 ปี (1+4) ซึ่งหลายทุนครอบคลุมค่าเทอมและค่าที่พัก ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเรียนได้อย่างมาก - ได้พัฒนาทักษะภาษาจีนจากการใช้ชีวิต

  • 
                                        เรียนต่อจีน-มหาลัยที่เด่นด้าน MBA ในประเทศจีน

    มหาลัยที่เด่นด้าน MBA ในประเทศจีน ปัจจุบันแทบปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคนไทยส่วนใหญ่ที่เรียนต่อโทเมืองนอกมักจะเลือกเรียนต่อในหลักสูตร MBA (Master of Business Administration) หรือบริหารธุรกิจนั่นเอง ซึ่งการเรียนต่อคณะนี้จะได้ศึกษาหลากหลายองค์ความรู้ในด้านการบริหารธุรกิจโดยเฉพาะ เช่น การจัดการเชิงกลยุทธ์ การเงิน/บัญชี การตลาด การบริหารทรัพยากรบุคคล เศรษฐศาสตร์ ที่สามารถนำไปต่อยอดการเป็นผู้ประกอบการได้ในอนาคต โดยมหาวิทยาลัยในประเทศจีนเองก็มีหลักสูตร BBA (สำหรับป.ตรี)และ MBA (สำหรับป.โท) ซึ่งสามารถครอบคลุมความต้องการของผู้เรียนในระดับชั้นปริญญาตรี-โทได้ และยังมีการแบ่งหลักสูตรภาคจีนและภาคอินเตอร์เพื่อสอดคล้องกับความถนัดด้านภาษาของนักเรียนต่างชาติอีกด้วย วันนี้ LIFP Thailand จะมาแนะนำการเรียนต่อคณะบริหารธุรกิจในประเทศจีนในน้อง ๆ รู้จักกันค่ะ หลักสูตรบริหารธุรกิจ ระดับปริญญาตรีในประเทศจีน หลักสูตรในปริญญาตรีเราจะเรียกว่า BBA (Bachelor of Business Administration) เหมาะกับน้อง ๆ ที่สนใจการเรียนบริหารธุรกิจ การตลาด การเงิน/บัญชี เรียนรอบด้านเพื่อให้รู้จักการเป็นผู้ประกอบการ เหมาะกับน้อง ๆ ที่สนใจการทำธุรกิจหรือเป็นผู้ป

  • 
                                        เรียนต่อจีน-เรียนต่อจีนคณะอะไรดี

    เรียนต่อจีน คณะอะไรดี? เรียนต่อจีนคณะไหนน่าสนใจและเป็นที่นิยม? การเลือก เรียนต่อจีนคณะไหนน่าสนใจและเป็นที่นิยม ควรพิจารณาจากเทรนด์โลกและจุดแข็งของประเทศจีน สำหรับน้องๆที่สนใจอยากจะเรียนต่อประเทศจีน แต่ยังไม่รู้ว่าตนเองเหมาะกับคณะอะไร หรือคณะอะไรที่น่าสนใจและเป็นที่นิยมเรียนต่อจีนมี มหาวิทยาลัยที่ประเทศจีนนั้นมีคณะและสาขาวิชาที่หลากหลายมาก โดยเฉพาะสาขาที่เกี่ยวกับ เศรษฐศาสตร์และการค้าระหว่างประเทศ บริหารธุรกิจ วิศวกรรมศาสตร์ (AI IT คอมพิวเตอร์) ภาษาจีนและวัฒนธรรม E-commerce และ Digital Media Art ซึ่งสอดคล้องกับความเติบโตทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของจีน มหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศจีนพร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของน้องๆ เรียนจบจากประเทศจีนมา ทำงานอะไรได้บ้าง? หลายคนกังวลว่า จบจากประเทศจีนมาจะหางานยากไหม? บอกเลยว่า ตรงกันข้าม เนื่องจาก ถ้าคุณได้ทั้ง ความรู้เฉพาะทาง ภาษาจีน และ ภาษาอังกฤษ คุณจะสามารถ ทำงานในบริษัทใหญ่ของจีนที่ตั้งอยู่ในไทยได้ เช่น (BYD, GWM, Huawei, TikTok, Shopee) ต้องการคนประสานงานที่คุยกับสำนักงานใหญ่ที่จีนรู้เรื่อง สามารถทำธุรกิจส่วนตัว นำเข้าสินค้าไอเดียใหม่ๆจากประเทศจีน หรือเป็นที่ปรึกษา

  • 
                                        เรียนต่อจีน-การทำวีซ่านักเรียนจีน

    การทำวีซ่านักเรียนจีน เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2567 เป็นต้นไป ได้มีประกาศว่า ไทยจีนได้มีการยกระดับความสัมพันธ์ ทำให้การไปมาระหว่างไทย-จีนมีการยกเลิกวีซ่าท่องเที่ยวซึ่งกันและกัน ทำให้ผู้ถือพาสปอร์ตไทยสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวจีนได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า และอยู่ในจีนได้สูงสุด 30 วันต่อครั้ง และรวมไม่เกิน 90 วันภายใน 180 วัน การยกระดับความสัมพันธ์ระว่างประเทศนี้ทำให้เกิดความสะดวกกับพี่น้องประชาชนชาวไทยที่อยากไปเที่ยวจีนจำนวนมาก แต่หากพูดถึงการศึกษาต่อประเทศจีนระยะยาวนั้น ยังคงต้องมีการขอวีซ่าสำหรับนักเรียนเช่นเดิม โดยวันนี้ LIFP Thailand จะมาแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับการขอวีซ่านักเรียนจีนให้กับน้อง ๆ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวางแผนอนาคตของน้อง ๆ กันค่ะ การขอวีซ่านักเรียนนักเรียนจีนมีความสำคัญยังไง? การขอวีซ่านักเรียนจีน ถือเป็นข้อกำหนดทางกฎหมายที่จำเป็นสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการพำนักเพื่อศึกษาต่อหรือวิจัยในประเทศจีน หรือที่เรียกกันว่าวีซ่าประเภท X ซึ่งได้มีการแยกประเภทตามระยะเวลาของผู้ที่ขอวีซ่า โดย วีซ่า ประเภท X1 สำหรับนักเรียนที่ไปศึกษาต่อประเทศจีนมากวว่า 180 วัน นักเรียนที่ไปเรียนประเทศจีนเป็นระยะเวลา 1 ปี ส่วนให

  • 
                                        เรียนต่อจีน-เรียนภาษาจีนแบบไม่มีพื้นฐาน

    เรียนภาษาจีนแบบไม่มีพื้นฐานควรเริ่มยังไงดี? ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความนิยมในการเรียนภาษาจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา หรือคนทำงานเพราะภาษาจีนกลายเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาส ทั้งด้านการศึกษาและอาชีพแต่สำหรับหลายคน ปัญหาใหญ่คือ “อยากเรียนแต่ไม่มีพื้นฐานเลยจะเริ่มจากตรงไหนดี?” ภาษาจีนยากไหม? เข้าใจก่อนเริ่ม จะเรียนได้ง่ายขึ้น ก่อนที่เราจะเริ่มเรียนภาษาใหม่ๆ การเข้าใจข้อดีและข้อจำกัดของภาษา จะช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้นและเตรียมตัวได้ถูกทางมากขึ้น ! ข้อดีของการเรียนภาษาจีน 1. เป็นภาษาที่มีคนใช้มากที่สุดในโลก นอกจากภาษาอังกฤษแล้วภาษาจีนกลางเป็นภาษาที่มีคนพูดมากที่สุดในโลก ทำให้การเรียนภาษาจีนช่วยเพิ่มโอกาสในการสื่อสารกับผู้คนจำนวนมาก ทั้งในด้านธุรกิจการท่องเที่ยว และการศึกษา 2. สามารถนำไปใช้ต่อยอดและใช้งานได้จริง ภาษาจีนไม่ใช่แค่ภาษาเพื่อการสอบหรือการเรียนเท่านั้นแต่สามารถนำไปใช้ได้จริงใน ชีวิตประจำวันและการทำงาน เช่นงานด้านการค้าระหว่างประเทศ การท่องเที่ยว การแปลภาษา และการทำงานร่วมกับบริษัทจีน 3. โครงสร้างประโยคมีความคล้ายกับภาษาไทย ภาษาจีนมีรูปแบบกา

  • 
                                        เรียนต่อจีน-เรียนต่อปริญญาตรีต่างประเทศ 2026

    เรียนต่อปริญญาตรีต่างประเทศ 2026: เรียนต่อจีน คณะยอดฮิต ทุนเรียนฟรี และวิธีเตรียมตัว “เรียนต่อปริญญาตรีต่างประเทศ” เป็นเป้าหมายของน้อง ๆ หลายคนที่อยากเปิดประสบการณ์ใหม่ เพิ่มโอกาสทางอาชีพ และพัฒนาภาษา โดยเฉพาะกระแสเรียนต่อจีน ป.ตรี ที่มาแรงอย่างต่อเนื่องในปี 2026 เพราะทั้งคุณภาพมหาวิทยาลัย ทุนการศึกษา และค่าใช้จ่ายที่เข้าถึงได้มากกว่าหลายประเทศในยุโรป ทำไมปีต้องเลือก "เรียนต่อจีน" ในปี 2026? 1) เศรษฐกิจและเทคโนโลยี จีนเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลก และเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยี AI, E-commerce และนวัตกรรม อย่างเช่นเมือง Shanghai (上海)และ Shenzhen (深圳)ที่เป็นแหล่งรวมบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เมื่อเรียนจบแล้วมีโอกาสต่อยอดงานทั้งในจีน ไทย และบริษัทจีนในอาเซียน 2) อันดับมหาวิทยาลัย ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยจีนหลายแห่งที่ติดอันดับ Top ของโลก เช่น -Peking University Top 14 ของโลก -Tsinghua University Top 17 ของโลก -Fudan University Top 30 ของโลก (จัดอันดับล่าสุดโดย QS Rankings 2026) สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพด้านการเรียนการสอนและงานวิจัยที่ได้มาตรฐานสากล 3) ได้ภาษาที่ 3 ที่ตลาดงานต้องการ ภาษาจีนเป

  • 
                                        เรียนต่อจีน-เรียนภาษาจีนมหาลัยไหนดีในประเทศจีน

    เรียนภาษาจีน มหาลัยไหนดีในจีน? รวมคำแนะนำครบทุกด้าน ปี 2569 การตัดสินใจว่า เรียนภาษาจีน มหาลัยไหนดีในจีน เป็นคำถามที่หลายคนสงสัย โดยเฉพาะนักเรียนไทยที่อยากพัฒนาภาษาจีนแบบจริงจัง วันนี้เรารวมทั้งมหาวิทยาลัยยอดนิยม เมืองที่น่าเรียน ค่าใช้จ่าย ทุนการศึกษา และคำแนะนำสำหรับคนไม่มีพื้นฐานจีน ทำไมต้องไปเรียนภาษาจีนที่ประเทศจีน? การตัดสินใจไป เรียนภาษาจีนในจีน ช่วยให้พัฒนาภาษาได้เร็วกว่าเรียนในไทย เพราะ: •ได้ใช้ภาษาจีนในการสื่อสารในชีวิตจริงทุกวัน •พัฒนาทักษะในการฟัง – พูดได้เร็วกว่าการเรียนในประเทศไทย เนื่องจากสังคมบีบบังคับให้เราต้องพูด •มีโอกาสต่อยอดเรียนปริญญาตรี ปริญญาโทในจีน •มีโอกาสสอบ HSK ได้คะแนนสูงขึ้น •สร้างโอกาสในการทำงานกับบริษัทจีนในอนาคต   เรียนภาษาจีน มหาลัยไหนดีในจีน? รวมมหาวิทยาลัยยอดนิยม 1) Beijing Language and Culture University ถ้าถามว่า เรียนภาษาจีน มหาลัยไหนดีในจีน แบบเน้นภาษาโดยเฉพาะที่นี่ถือว่าเป็นอันดับต้น ๆ มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อด้านการสอนภาษาจีนสำหรับชาวต่างชาติ จุดเด่น: •มหาลัยเฉพาะทางด้านภาษาจีน •นักศึกษาต่างชาติจำนวนมาก •หลักสูตรเข้มข้น •เหมาะสำหรับคนอยากสอบ HSK 5–6

  • 
                                        เรียนต่อจีน-อยากเรียนต่อจีนต้องสอบอะไรบ้าง

    อยากเรียนต่อจีนต้องสอบอะไรบ้าง? อัปเดตล่าสุดปี 2026/2569 "อยากเรียนต่อจีนต้องสอบอะไรบ้าง" คือคำถามยอดฮิตของน้อง ๆ นักเรียนที่วางแผน ไปเรียนที่จีน ปัจจุบันการสมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยจีน มีทั้งการใช้ HSK, IELTS, TOEFL และในบางกรณีเริ่มมีข้อสอบใหม่อย่าง CSCA เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสายทุนรัฐบาลจีน สรุปสั้น ๆ อยากไปเรียนที่จีนต้องสอบอะไรบ้าง? -ปริญญาตรี (ภาษาจีน) → HSK / HSKK + อาจมี CSCA + บางสาขามีสัมภาษณ์ -ปริญญาตรี (อินเตอร์) → IELTS / TOEFL + บางสาขามีสัมภาษณ์ -สมัครทุนรัฐบาลจีน → ในปี 2026 เป็นต้นไป อาจจะต้องใช้ CSCA หมายเหตุ: เงื่อนไขขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยและประเภททุน CSCA คืออะไร? ปี 2026 ใครบ้างที่ต้องสอบ CSCA (China Scholastic Competency Assessment) หรือชื่อภาษาจีน 来华留学本科入学学业水平测试 คือ การสอบวัดความพร้อมด้านภาษาและพื้นฐานทางวิชาการ สำหรับนักศึกษา ต่างชาติที่ต้องการศึกษาต่อระดับปริญญาตรีในประเทศจีน วิชาที่สอบ: -ภาษาจีนเชิงวิชาการ: แบ่งตามสายศิลป์ และสายวิทย์ -คณิตศาสตร์: เป็นวิชาบังคับ (สอบเป็นภาษาจีนหรืออังกฤษได้) -ฟิสิกส์ / เคมี: สำหรับคนที่จะเข้าวิศวะหรือหมอ ตารางสอบ: มี 5 รอบต

  • 
                                        เรียนต่อจีน-เรียนต่อจีน ต้องสอบอะไรบ้าง

    เรียนต่อจีน ต้องสอบอะไรบ้าง เรียนจีนต้องเริ่มจากอะไรก่อน? คู่มือสำหรับมือใหม่ปี 2569 หลายคนที่สนใจ เรียนต่อจีน มักถามว่า “เรียนจีนต้องเริ่มจากอะไรก่อน?” โดยเฉพาะน้อง ๆ ม.6 ที่อยากเรียนต่อปริญญาตรี หรือคนทำงานที่อยากไปเรียนภาษาจีน 1 ปีที่ประเทศจีน o เตรียมความพร้อม - ภาษา: เร่งติวภาษาจีน (เป้าหมาย HSK 4-5 และ HSKK) หรือภาษาอังกฤษ (IELTS/TOEFL) - เอกสาร: รวบรวมเอกสารเบื้องต้น (ทรานสคริปต์ พาสปอร์ต รูปถ่าย) - เลือกเป้าหมาย: ตามหามหาวิทยาลัยที่ต้องการยื่นสมัคร และศึกษา ทุนการศึกษา o ยื่นสมัครและดำเนินการ - สมัคร: ยื่นสมัครมหาวิทยาลัยและทุนการศึกษา - สอบ: สอบ HSK/HSKK/IELTS/TOEFL ให้ได้คะแนนตามเกณฑ์ - เอกสาร: รอรับใบตอบรับ (Admission Letter) และเอกสาร JW202 - วีซ่า: เตรียมเอกสารและดำเนินการขอวีซ่านักเรียน (X1 Visa) o เดินทางสู่ประเทศจีน - เดินทาง: จองตั๋วเครื่องบิน และเดินทางสู่จีน - จัดการ: รายงานตัวที่มหาวิทยาลัย, เปิดบัญชีธนาคาร, ลงทะเบียนที่อยู่ o ปรับตัว: เริ่มต้นชีวิตใหม่ เรียนรู้สภาพแวดล้อม และใช้ชีวิตนักศึกษาอย่างเต็มที่  เรียนต่อจีน ต้องสอบอะไรบ้าง 2569 การเตรียมตัวเรียนต่อจีนปี